เรามาทำความรู้จักแอพ Wallet by TrueMoney กันก่อน แอพ Wallet นี้เป็นแอพที่ไว้ทำธุรกรรมทางการเงินต่าง ๆ ไม่ว่าจะ จ่ายบิล โอนเงินระหว่างบัญชี เติมเงินต่าง ๆ ได้ง่าย ๆ ผ่านเพียงแอพเดียว

ซึ่งแอพ Wallet นี้ได้เพิ่มฟีเจอร์ใหม่ที่น่าสนใจ และมีประโยชน์มาก นั่นก็คือ WeCard ซึ่งเป็นบริการสร้างบัตรเครดิตเสมือนจริงขึ้นมาให้เราสามารถใช้จ่ายหรือซื้อ ของออนไลน์ เช่น ซื้อแอพ เพลง หนัง ต่าง ๆ จาก iTunes Store ซื้อสติกเกอร์ LINE ได้อย่างสะดวก รวดเร็ว

วิธีการสมัคร WeCard ผ่านแอพ Wallet by TrueMoney

1. โหลดแอพ Wallet by TrueMoney จาก App Store และ Play Store
แอ พนี้สามารถใช้ได้ทั้งบน iPhone, iPad และ iPod touch นอกจากจะใช้บน iOS แล้วแอพนี้ก็ยังสามารถใช้งานบนมือถือ Android ได้อีกด้วย ที่สำคัญแอพนี้โหลดฟรี !! (มันฟรีอยู่แล้ว)

 

 

2. สมัครสมาชิก
กดเข้าไปในแอพ หลังจากนั้นให้กดสมัครสมาชิก ในขั้นตอนนี้จะต้องกรอก ชื่อ นามสกุล, รหัสบัตรประชาชน, เบอร์โทรศัพท์และอีเมล เพื่อยืนยันตัวตน

เมื่อสมัครเสร็จเรียบร้อย ระบบก็จะตามว่าจะตั้งรหัสผ่าน 4 ตัวหรือจะใช้ Touch ID ในการเข้าใช้งาน ซึ่งตรงนี้ถือว่าทำได้ดีเลยทีเดียว

3. สร้างบัตร Virtual Card
โดยการกดไปที่แถบ WeCard ด้านล่าง จากนั้นกดปุ่ม “สร้างบัตร Virtual WeCard ฟรี!”

ตรงนี้ให้กรอกชื่อ-นามสกุลของเราเป็นภาษาอังกฤษ ลงไป

ต่อมาให้กดปุ่ม “สร้าง Virtual WeCard” ในขั้นตอนนี้ถ้าชื่อของใครยาวแล้วโดนย่อลงก็ไม่ต้องตกใจ เพราะระบบย่อชื่อให้ชื่อพอดีกับบนหน้าบัตรเฉย ๆ สามารถใช้งานได้ตามปกติ

เพียงแค่นี้เราก็มีบัตรเครดิตเสมือนจริง ไว้ใช้จ่าย ซื้อของออนไลน์ ซื้อแอพ เพลง หนัง สติกเกอร์ได้แล้ว โดยเราสามารถกดเข้าไปดูเลขบัตรแบบเต็ม ๆ ได้เพียงกดเข้าไปที่รูปแว่นขยาย

เมื่อกดเข้ามาเราจะหน้าตาของบัตร Virtual WeCard เราจะต้องใช้ข้อมูลทั้งหมดในหน้านี้นำไปกรอกเพื่อไปผูกกับ Apple ID ของเรา ซึ่งต้องใช้ข้อมูลดังนี้

1. บัตร WeCard จะเป็นของ MasterCard
2. เลขบัตร WeCard 16 หลัก
3. ชื่อผู้ถือบัตร
4. วันหมดอายุ (เดือน/ปีค.ศ.)
5. รหัสหลังบัตร 3 หลัก
6. ชื่อธนาคารผู้ออกบัตร โดย WeCard นี้ออกบัตรโดยธนาคารธนชาต

วิธีการเติมเงินเข้า Wallet (หรือ WeCard)

การเติมเงินเข้า Wallet ก็คือการเติมเงินเข้า WeCard หมายความว่าเป็นเงินก้อนเดียวกัน ซึ่งการเติมเงินเข้า Wallet มีหลายวิธีด้วยกัน โดยแบ่งออกเป็น 3 แบบ คือ เติมเงินผ่านธนาคาร, ผ่านร้านค้า และ ผ่านตู้เติมเงิน

แต่วิธีที่ง่ายที่สุดก็คือให้ไปที่ 7-ELEVEN จากนั้นเปิดแอพและกดไปที่รูป 7-ELEVEN จะได้บาร์โค้ดมาตามรูป แล้วบอกพนักงานให้เติมเงินเข้าบาร์โค้ดนี้โดยไม่เสียค่าธรรมเนียมใด ๆ แต่ต้องเติมเงิน 500 บาทขึ้นไป หรือใครต้องการเติมเงินจำนวนน้อย ๆ สามารถเติมเงินผ่านเค้าเตอร์ CP Fresh Mart หรือ Airpay ได้เช่นกัน

วิธีการผูกบัตร WeCard เข้ากับ Apple ID

1. เติมเงินลงไปในบัตร
อันดับแรกของการผูกบัตร WeCard กับ Apple ID เพื่อซื้อของ นั่นก็คือ เติมเงินลงไปในบัตรเสียก่อน เนื่องจากแอปเปิลจะทำการทดลองหักเงินจากบัตรเครดิตที่เราผูก $0.99 เพื่อยืนยันว่าบัตรใบนี้สามารถใช้งานได้จริง ๆ หลังจากนั้นแอปเปิลจะทำการคืนเงินจำนวนนี้ในภายหลัง เพราะฉะนั้นเราจะต้องเติมเงินอย่างน้อย 40 บาท เพื่อให้แอปเปิลทดลองหักเงิน

2. เข้าไปที่ App Store เพื่อผูกข้อมูลบัตร
โดยให้เข้าไปที่ App Store เลือกแถบ Featured จากนั้นเลื่อนลงไปด้านล่างสุด ให้กดที่ Apple ID ของเรา

ให้กด View Apple ID หลังจากนั้นให้ใส่รหัสผ่าน Apple ID ของเราลงไป

เมื่อเข้ามาแล้ว ให้เลือกที่ Payment Infomation

จากนั้นให้เราเลือก MasterCard เนื่องจาก WeCard ของเราเป็น MasterCard จากนั้นก็กรอกเลขบัตรเครดิต 16 หลัก, รหัสหลังบัตร 3 ตัว และวันหมดอายุ ลงไป เมื่อกรอกเสร็จให้กดปุ่ม Done เพียงแค่นี้ก็ผูก WeCard กับ Apple ID ได้แล้ว หลังจากนั้นเราก็สามารถซื้อแอพ เพลง เกม หนังจาก App Store, iTunes Store หรือสมัครบริการ Apple Music ได้ทันที

นอกจากนี้ทาง truemoney ได้ทำวีดิโอสาธิตวิธีการผูกบัตรเครดิตกับ Apple ID โดยสามารถชมคลิปด้านล่างนี้ได้เลย

 

ข้อสังเกตในการใช้ WeCard
 * WeCard สามารถผูกกับ Apple ID เพื่อซื้อแอพ โหลดเพลง หนัง หรือสมัครบริการ Apple Music เพิ่มขนาดความจุของ iCloud กดซื้อ In-app Purchase หรืออื่น ๆ ได้ทันที
 * WeCard สามารถผูกกับ Apple ID ของประเทศไทย เท่านั้น !! ไม่สามารถนำไปผูกกับไอดีของต่างประเทศได้
 * นอกจากนี้ WeCard ยังสามารถผูกกับ Google Account เพื่อโหลดแอพจาก Play Store บนมือถือแอนดรอยได้อีกด้วย
 * ข้อดีของการใช้ WeCard ก็คือ เราสามารถจำกัดวงเงินในการซื้อได้ เนื่องจาก WeCard ไม่สามารถซื้อของได้ ถ้ามีเงินใน Wallet ไม่เพียงพอ เพราะฉะนั้นหมดห่วงเรื่องเรียกเก็บเงินภายหลัง หนี้บานปลายไปได้เลย

สรุป
บริการ WeCard ใหม่จาก TrueMoney เป็นบริการที่สะดวกมาก ตอบโจทย์กับผู้คนสมัยใหม่ที่หันมาซื้อของออนไลน์กันมากขึ้น ซึ่งบริการนี้ ไม่จำเป็นต้องมีสลิปเงินเดือน เราก็สามารถมีบัตรเครดิตไว้ครอบครองได้ และที่สำคัญไม่ต้องกลัวว่าจะเป็นหนี้ในภายหลัง